วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

5 เคล็ดลับ ในการเพิ่มเสน่ห์ด้วยน้ำหอมให้หอมติดทนนานไปทั้งวัน

คุณรู้สึกหงุดหงิดใจบ้างไหม เวลาที่คุณเลือกฉีดน้ำหอมกลิ่นโปรดของคุณในตอนเช้าก่อนออกไปทำงาน แต่กลิ่นน้ำหอมกลับจางหายไปอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง?

          การฉีดน้ำหอมนั้นอาจจะไม่ใช่ส่วนสำคัญอะไรมากนักสำหรับผู้หญิงบางคนในการแต่งตัวตอนเช้า แต่การฉีดน้ำหอมสำหรับผู้หญิงหลายๆคน ก็คือการแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมาอย่างมีชั้นเชิง และที่สำคัญ ยังทำให้ผู้หญิงอย่างเราๆรู้สึกเซ็กซี่และมีความมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย อย่างที่ " Coco Chanel " เคยได้กล่าวเอาไว้ว่า “ผู้หญิงควรฉีดน้ำหอมในแต่ละส่วนของร่างกายที่พวกเธอปราถนาอยากจะโดนจูบ” ถึงแม้คำกล่าวนี้อาจจะจริงและโดนใจผู้หญิงหลายๆคน
 เรามาทำตามเคล็ดลับต่างๆข้่างล่างกันดีกว่า ว่าทำอย่างไรให้กลิ่นน้ำหอมที่เราฉีดติดทนนานมากที่สุด


1. การเลือกน้ำหอมต้องเป็นยังไง
จากคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทางด้านน้ำหอม จริงอยู่ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักติดใจกับน้ำหอมกลิ่นซิตรัสที่สดชื่น แต่หารู้ไม่ว่าน้ำหอมกลิ่นซิตรัสนั้นจะจางหายเร็วกว่าพวกน้ำหอมกลิ่นมัสค์ (musk) หรือพวกกลิ่นพรรณไม้ต่างๆ เพราะตัวน้ำมันหอมในน้ำหอมกลิ่นมัสค์และกลิ่นพรรณไม้จะระเหยช้ากว่า
ไม่ว่าคุณจะใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไร ความเข้มข้นของกลิ่นหอมนั้นขึ้นอยู่กับ “ชนิด” ของน้ำหอมที่คุณใช้ด้วย อย่างเช่นพวก Eau de Parfum จะมีกลิ่นที่ติดทนนานมากที่สุดเพราะมีส่วนผสมของน้ำมันหอมมากสุดถึง 10-20% รองลงมาก็จะเป็น Eau de Toilette ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมหอมอยู่ที่ 5-15% ส่วน Eau de Cologne ก็จะมีกลิ่นที่เจือจางมากที่สุดในบรรดาชนิดน้ำหอม เพราะมีส่วนผสมของน้ำมันหอมอยู่แค่ 3-8% เท่านั้น
นอกจากนี้ ควรเก็บน้ำหอมของคุณในที่มืดให้พ้นจากแสงแดดโดยตรง ถ้าเก็บไว้ในกล่องก็จะยิ่งดี

2. อาบน้ำก่อนฉีดน้ำหอมจะติดนานกว่า
หลังจากที่คุณเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ผิวหนังของคุณที่มีความชื้นอยู่จะทำการดูดซึมได้ดีมากกว่าผิวแห้งธรรมดา ดังนั้นถ้าคุณอาบน้ำก่อนนอนแล้วมาฉีดน้ำหอมในตอนเช้าตอนที่ผิวแห้ง กลิ่นน้ำหอมก็จะไม่ติดทนนานเท่าที่ควร

3. ทาโลชั่นตามจุดชีพจรต่างๆบนร่างกาย

กลิ่นของน้ำหอมจะติดทนนานมากขึ้นบนผิวหนังที่มีความชุ่มชื้น เพราะน้ำมันบนผิวหนังจะเก็บกลิ่นของน้ำหอมให้ยาวนานมากกว่าเดิม หลังจากอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ลองทาโลชั่นหรือ body oil ตามจุดชีพจรต่างๆ อย่างเช่นข้อมือ ลำคอ ร่องอก หรือแม้กระทั่งบริเวณข้อพับหลังเข่า เพราะจุดชีพจรเหล่านี้คือบริเวณที่เส้นเลือดจะอยู่ใกล้กับผิวหนังมากที่สุด สำหรับโลชั่นที่ทาควรเป็นแบบที่ไม่มีกลิ่น และควรรอประมาณหนึ่งถึงสองนาทีให้โลชั่นนั้นแห้งเสียก่อนก่อนที่จะฉีดน้ำหอมลงไป ที่สำคัญอย่าถูข้อมือเข้าด้วยกันหลังจากฉีดน้ำหอมลงไป ใครที่ชอบถูข้อมือเข้าด้วยกันหลังจากฉีดน้ำหอมให้หยุดเดี๋ยวนี้ เพราะการถูข้อมือเข้าด้วยกันอาจทำให้ประสิทธิภาพของความเข้มข้นของน้ำมันหอมลดน้อยลง

4. วิธีใส่น้ำหอม

การใส่น้ำหอมนั้นแน่นอนง่ายแสนง่าย แค่ฉีดหรือแต้มตรงจุดชีพจรต่างๆ แต่ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ควรฉีดหรือแต้มน้ำหอมแค่หนึ่งครั้งต่อจุดชีพจรก็พอแล้ว หลายคนกลัวคนอื่นจะไม่ได้กลิ่นน้ำหอมตัวเองเลยฉีดซะหลายครั้ง แต่อันที่จริงฉีดแค่ครั้งเดียวก็พอ จำไว้ว่า less is more เรามักจะไม่ค่อยได้กลิ่นน้ำหอมของเราเอง แต่อย่าคิดว่าเราไม่ได้กลิ่นแล้วคนอื่นจะไม่ได้กลิ่นเหมือนกัน หลายครั้งอาจจะกลายเป็นว่าเราใส่น้ำหอมจนฉุนก็ได้ อีกเทคนิคที่เหมือนจะเป็นที่นิยมก็คือการฉีดน้ำหอมไปในอากาศและเดินผ่านละอองน้ำหอม เพราะขณะเดินผ่าน ละอองน้ำหอมจะติดกระจายไปทั่วตัวคุณ ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะได้ผลจริง แต่อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการใช้วิธีนี้ตอนใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับครบหมดแล้ว เพราะน้ำหอมส่วนใหญ่จะทิ้งรอยด่างถาวรไว้บนเนื้อผ้่า เครื่องเงิน หรือพวกมุก ทางที่ดีที่สุดจึงเป็นการพรมน้ำหอมก่อนใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับ (แต่ถ้าคุณอยากลองฉีดน้ำหอมบนเนื้อผ้าจริงๆ ยกตัวอย่างเช่นผ้าพันคอ ก็ลองฉีดบนบริเวญด้านในของเนื้อผ้าก็ได้ แต่ควรฉีดแค่นิดเดียว)

5. ฉีดน้ำหอมบนเส้นผม

การฉีดน้ำหอมบนเส้นผมเป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าลองสำหรับใครที่ต้องการมีกลิ่นน้ำหอมที่บางเบาแต่ติดทนนานไปทั้งวัน แต่สิ่งที่ควรระวังไว้ก็คือ ควรฉีดน้ำหอมบนเส้นผมที่เพิ่งสระใหม่ๆ ไม่อย่างนั้นน้ำมันบนเส้นผมหรือสารเคมีจากผลิตภัณฑ์ผมต่างๆอาจทำให้กลิ่นของน้ำหอมเปลี่ยนไปได้ นอกจากนี้แอลกอฮอล์ในน้ำหอมอาจทำให้เส้นผมของคุณแห้งได้ เวลาจะฉีดน้ำหอมควรฉีดในระยะห่างประมาณ 8 นิ้วกำลังพอดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น